อาจไม่ใช่เพราะแรงน้อย แต่อาจเป็นเพราะไม้ไม่เหมาะกับคุณ ณ กอล์ฟ

อาจไม่ใช่เพราะแรงน้อย แต่อาจเป็นเพราะไม้ไม่เหมาะกับคุณ

อาจไม่ใช่เพราะแรงน้อย แต่อาจเป็นเพราะไม้ไม่เหมาะกับคุณ

เวลาตีลูกไม่ไกล หลายคนมักคิดเป็นอย่างแรกว่า

“เราแรงน้อยลงหรือเปล่า?”
“ต้องหมุนตัวให้มากกว่านี้ไหม?”
“ต้องตีให้แรงขึ้นอีกหรือไม่?”

แต่ความจริงแล้ว ระยะไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงหรือความเร็วหัวไม้เพียงอย่างเดียว

ระยะที่ลูกกอล์ฟลอยไปได้เกิดจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ทั้งความเร็วลูก มุมเหิน อัตราสปิน และคุณภาพของการปะทะหน้าไม้กับลูก แม้ความเร็วหัวไม้จะเท่าเดิม แต่หากส่งพลังไปยังลูกได้ดีขึ้น และได้วิถีลูกที่เหมาะสม ระยะก็สามารถแตกต่างกันได้มาก การเลือกไม้ให้เหมาะจึงมีเป้าหมายทั้งเรื่องระยะ ความแม่นยำ และความสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่การเลือกไม้ที่เบาหรือแพงกว่าเดิมเท่านั้น PING

ดังนั้น หากช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองตีไม่ไกล อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นเพราะแรงน้อยลง เพราะบางครั้งปัญหาอาจอยู่ที่ ไม้ที่ใช้อยู่ไม่เข้ากับกำลัง จังหวะ และลักษณะวงสวิงของเรา


ตีแรงขึ้น แต่ทำไมลูกยังไปไม่ไกล?

ลองนึกภาพนักกอล์ฟสองคนที่มีความเร็วหัวไม้ใกล้เคียงกัน

คนแรกตีโดนบริเวณที่ส่งพลังได้ดี ลูกออกจากหน้าไม้เร็วและมีวิถีเหมาะสม ส่วนอีกคนตีไม่เต็มหน้าไม้ ลูกออกต่ำเกินไป สูงลอยเกินไป หรือมีสปินไม่เหมาะสม

แม้ทั้งสองคนจะออกแรงใกล้เคียงกัน แต่ระยะที่ได้อาจต่างกันอย่างชัดเจน

TrackMan ใช้ค่า Smash Factor เพื่ออธิบายประสิทธิภาพในการเปลี่ยนความเร็วหัวไม้ให้เป็นความเร็วลูก เมื่อส่งพลังจากหัวไม้ไปยังลูกได้ดีขึ้น ความเร็วลูกก็เพิ่มขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเร็ววงสวิงเสมอไป Trackman

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า บางครั้งการพยายามตีให้แรงขึ้นอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะยิ่งฝืนมากขึ้น จังหวะอาจเสีย ตีไม่เต็มหน้าไม้ และลูกกลับยิ่งไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร


5 จุดของไม้กอล์ฟที่อาจทำให้คุณเสียระยะ

1. ก้านหนักเกินไปสำหรับจังหวะของคุณ

ก้านที่หนักไม่ได้แปลว่าไม่ดี และก้านที่เบาก็ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับทุกคน

แต่หากก้านหนักเกินกำลัง ผู้ใช้อาจรู้สึกว่า

  • ต้องออกแรงลากไม้ตลอดวงสวิง
  • ปลายไม้ตามไม่ทัน
  • ช่วงท้ายของการเล่นเริ่มรู้สึกเหนื่อย
  • ตีได้ดีเฉพาะตอนที่ออกแรงเต็มที่
  • ระยะและทิศทางไม่สม่ำเสมอ

ในทางกลับกัน หากก้านเบาเกินไป บางคนอาจรู้สึกถึงตำแหน่งหัวไม้ได้ยาก จังหวะเร็วเกินไป หรือควบคุมหน้าไม้ไม่คงที่เช่นกัน

ผู้ผลิตก้าน UST Mamiya อธิบายขั้นตอนการเลือกก้านว่า นอกจากพิจารณาความเร็ววงสวิงสำหรับเลือก Flex แล้ว ยังต้องเลือกน้ำหนักให้เหมาะกับความต้องการด้านการควบคุมและระยะ รวมถึงเลือกแนววิถีลูกของก้านให้สอดคล้องกับผู้ใช้ UST Mamiya

เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่

“ก้านนี้หนักกี่กรัม?”

แต่ควรถามต่อว่า

“น้ำหนักนี้ทำให้เราสวิงได้อย่างเป็นธรรมชาติและตีได้สม่ำเสมอหรือไม่?”


2. Flex หรือรูปแบบการดีดตัวของก้านไม่เข้ากับวงสวิง

ตัวอักษรบนก้าน เช่น L, A, R, SR หรือ S เป็นเพียงข้อมูลเริ่มต้น ไม่ควรใช้ตัดสินความเหมาะสมเพียงอย่างเดียว

ก้านสองรุ่นที่เขียนว่า Flex R เหมือนกัน อาจมีน้ำหนัก ตำแหน่งการอ่อนตัว ความแข็งบริเวณปลายก้าน และความรู้สึกขณะสวิงแตกต่างกันได้ ผู้ผลิตก้านจึงแยกข้อมูลของก้านออกเป็นหลายส่วน ทั้งน้ำหนัก Flex และลักษณะความแข็งของแต่ละช่วงก้าน Fujikura Golf

หากก้านแข็งหรือมีลักษณะไม่เข้ากับจังหวะ ผู้ใช้อาจรู้สึกว่า

  • ต้องเร่งแรงเพื่อให้ก้านทำงาน
  • ลูกออกต่ำกว่าที่ต้องการ
  • ตีแล้วรู้สึกแข็ง กระด้าง หรือไม่มีแรงส่ง
  • หน้าไม้กลับมาไม่ทัน ทำให้ลูกออกขวาบ่อย
  • ตีดีเป็นบางครั้ง แต่ทำซ้ำได้ยาก

ส่วนก้านที่อ่อนเกินไปสำหรับบางคน อาจทำให้จังหวะปล่อยหัวไม้ไม่ตรงกับช่วงปะทะ ส่งผลให้ทิศทางและความสูงของลูกไม่นิ่งได้

ดังนั้น ไม่ควรเลือกก้านจากอายุ เพศ หรือคำว่า “คนแรงน้อย” เพียงอย่างเดียว คนสูงอายุบางคนอาจใช้ก้าน R ได้ดี ขณะที่บางคนอาจเหมาะกับ A หรือก้านน้ำหนักเบาที่มีโครงสร้างมั่นคงมากกว่า

สิ่งที่ต้องดูคือ เมื่อตีจริงแล้ว ก้านชิ้นนั้นช่วยให้เราตีได้ง่ายและสม่ำเสมอขึ้นหรือไม่


3. องศาหน้าไม้ต่ำเกินไป

หลายคนเชื่อว่าไดรเวอร์องศาต่ำจะตีได้ไกลกว่าเสมอ เพราะลูกจะพุ่งและวิ่งมากกว่า

แต่ถ้าผู้ใช้ไม่สามารถสร้างมุมเหินที่เหมาะสมได้ ไดรเวอร์องศาต่ำอาจทำให้ลูกออกต่ำ ลอยอยู่ในอากาศไม่นาน และเสียระยะ Carry ก่อนที่ลูกจะตกถึงพื้น

ในทางกลับกัน องศาที่มากเกินไปก็อาจทำให้ลูกลอยสูงหรือมีสปินมากเกินความเหมาะสมได้เช่นกัน

PING ระบุว่าการเพิ่มระยะจากไดรเวอร์ต้องพิจารณาการปรับมุมเหินและสปินของลูกให้เหมาะสมด้วยการเลือก Loft และก้านที่ถูกต้อง ขณะที่ TrackMan อธิบายว่า Ball Speed, Launch Angle และ Spin Rate ต้องทำงานร่วมกัน จึงจะใช้ศักยภาพของระยะ Carry ได้เต็มที่ PING

ดังนั้น การเลือกไดรเวอร์ 9°, 10.5°, 11.5° หรือ 12° จึงไม่ควรดูเพียงว่าองศาไหน “ไกลที่สุด” แต่ควรดูว่าองศาใดทำให้ลูกของเราออกตัวได้เหมาะสมที่สุด


4. ความยาวและบาลานซ์ของไม้ไม่เข้ากับผู้ใช้

ไม้ที่ยาวขึ้นสามารถช่วยให้นักกอล์ฟจำนวนมากสร้างความเร็วหัวไม้ได้มากขึ้น แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อยังสามารถควบคุมไม้และปะทะลูกได้ดี

หากไม้ยาวเกินไปสำหรับท่าทางและการยืนของผู้ใช้ อาจทำให้ต้องยืนห่างลูกมากเกินไป รู้สึกควบคุมปลายไม้ยาก หรือหาจุดปะทะเดิมซ้ำได้ยาก

นอกจากความยาวแล้ว ยังต้องพิจารณา Swing Weight หรือความรู้สึกหนักบริเวณหัวไม้ ด้วย

ไม้สองอันที่มีน้ำหนักรวมใกล้เคียงกัน อาจให้ความรู้สึกขณะสวิงต่างกัน เพราะน้ำหนักถูกกระจายอยู่คนละตำแหน่ง PING ระบุว่า Swing Weight ที่ประกอบได้จริงขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น ก้าน ความยาว และกริป PING

ถ้าหัวไม้รู้สึกหนักเกินไป ผู้ใช้อาจรู้สึกว่าเหวี่ยงไม่ทัน แต่ถ้าหัวเบาจนเกินไป บางคนอาจไม่รู้ว่าหัวไม้อยู่ตำแหน่งใดในระหว่างสวิง

บาลานซ์ที่เหมาะจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน แต่เป็นจุดที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสวิงได้อย่างผ่อนคลายและควบคุมหน้าไม้ได้ดี


5. หัวไม้ไม่เหมาะกับระดับความสม่ำเสมอของเรา

หัวไม้บางรุ่นออกแบบมาเพื่อผู้เล่นที่สามารถตีโดนกลางหน้าไม้ได้สม่ำเสมอและต้องการควบคุมวิถีลูกอย่างละเอียด ขณะที่บางรุ่นเน้นช่วยลดผลกระทบจากการตีไม่เต็มหน้าไม้ ช่วยให้ลูกขึ้นง่าย และให้ความมั่นใจมากกว่า

ไม้ที่นักกอล์ฟฝีมือดีใช้แล้วตีได้ไกล อาจไม่ได้ให้ผลแบบเดียวกันเมื่ออยู่ในมือของเรา

สำหรับมือใหม่ คนแรงน้อย หรือผู้ที่ยังตีโดนหน้าไม้ไม่คงที่ การเลือกหัวไม้ที่เหมาะกับระดับการเล่นอาจช่วยให้ได้ระยะใช้งานจริงที่สม่ำเสมอกว่า แม้หัวนั้นจะไม่ใช่รุ่นที่ดูเป็นไม้สำหรับผู้เล่นระดับสูงก็ตาม

เป้าหมายไม่ใช่การเลือกหัวไม้ที่ให้ลูกไกลที่สุดจากการตีหนึ่งครั้ง แต่ควรเป็นหัวไม้ที่ทำให้ ลูกส่วนใหญ่ของเราออกไปได้ดี


สัญญาณว่าไม้ที่ใช้อยู่อาจไม่เหมาะกับคุณ

ลองสังเกตว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่

ต้องออกแรงเต็มที่แทบทุกครั้ง

หากต้องเกร็งแขน เร่งช่วงลง หรือพยายามฟาดทุกครั้งเพื่อให้ลูกไปถึงระยะ ไม้อาจหนักหรือแข็งเกินกว่าจังหวะธรรมชาติของคุณ

ลูกออกต่ำ แม้รู้สึกว่าตีโดนดี

อาจต้องตรวจสอบ Loft ลักษณะก้าน จุดปะทะ และมุมหน้าไม้ขณะกระทบลูก ไม่ควรรีบแก้ด้วยการพยายามงัดลูกขึ้นเพียงอย่างเดียว

ตีดีเพียงไม่กี่ลูกจากหลายลูก

อย่าตัดสินไม้จากลูกที่ดีที่สุดเพียงลูกเดียว เพราะสิ่งสำคัญในการออกรอบคือระยะและทิศทางของลูกส่วนใหญ่

เล่นไปครึ่งรอบแล้วระยะหาย

หากช่วงแรกตีได้ดี แต่หลังจากเล่นไปหลายหลุมเริ่มรู้สึกว่าไม้หนักและสวิงไม่ทัน อาจต้องพิจารณาน้ำหนักรวมและบาลานซ์ของไม้เพิ่มเติม

ระยะของไม้หลายเบอร์ใกล้กันเกินไป

ตัวอย่างเช่น ยูทิลิตี้หลายอันตีได้ระยะเกือบเท่ากัน หรือเหล็ก 6 กับเหล็ก 7 แตกต่างกันน้อยมาก อาจเกิดจากการที่ผู้ใช้ไม่สามารถสร้างมุมเหินและความเร็วลูกที่เหมาะกับไม้ยาวขึ้นได้


อย่าตัดสินไม้จากลูกที่ดีที่สุด

เวลาทดลองไม้ นักกอล์ฟจำนวนมากมักจำเฉพาะลูกที่ตีดีที่สุด

เช่น ไม้เดิมตีได้ไกลที่สุด 180 หลา ส่วนไม้ที่กำลังลองตีได้ไกลที่สุด 190 หลา จึงรีบสรุปว่าไม้ใหม่ดีกว่า

แต่การเลือกไม้ควรดูภาพรวมมากกว่านั้น ได้แก่

  • ระยะ Carry โดยเฉลี่ย
  • ความเร็วลูก
  • ความสูงและมุมเหิน
  • ความสม่ำเสมอของระยะ
  • การกระจายซ้ายและขวา
  • จำนวนครั้งที่ตีโดนดี
  • ความรู้สึกว่าต้องออกแรงมากหรือน้อย
  • เมื่อตีพลาดแล้ว ลูกยังใช้งานต่อได้หรือไม่

Launch monitor สามารถช่วยวัดค่าต่าง ๆ เช่น Club Speed, Ball Speed, Launch Angle, Spin Rate, Carry และการกระจายของลูก เพื่อนำมาเปรียบเทียบได้อย่างเป็นระบบ Trackman

ควรทดลองหลายลูกภายใต้เงื่อนไขใกล้เคียงกัน แล้วพิจารณาค่าโดยรวม ไม่ใช่เลือกจากลูกที่ดีที่สุดเพียงครั้งเดียว


ไม้ที่เบาที่สุดหรืออ่อนที่สุด อาจไม่ใช่ไม้ที่ดีที่สุด

สำหรับคนแรงน้อย หลายคนอาจคิดว่าต้องเลือกไม้ที่เบาที่สุดและก้านอ่อนที่สุดเท่าที่หาได้

แต่ความเบาและความอ่อนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเลือกไม้

ไม้ที่เหมาะควรช่วยให้คุณ

  • สวิงได้โดยไม่ต้องฝืน
  • รู้สึกถึงตำแหน่งหัวไม้
  • ส่งหน้าไม้กลับมาปะทะลูกได้สม่ำเสมอ
  • ได้ความสูงและระยะที่ใช้งานได้จริง
  • ควบคุมทิศทางได้
  • เล่นครบทั้งรอบโดยไม่รู้สึกว่าไม้หนักเกินไป

บางคนอาจตีได้ดีกับก้านน้ำหนักเบาและ Flex A ขณะที่บางคนอาจควบคุมได้ดีกว่าด้วยก้าน R ที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

จึงไม่มีคำตอบว่า Flex ใดหรือก้านกี่กรัมดีที่สุดสำหรับทุกคน ต้องพิจารณาจากผลการตีจริงและความรู้สึกของผู้ใช้ร่วมกัน


ก่อนเปลี่ยนวงสวิง ลองตรวจสอบไม้ที่ใช้อยู่ก่อน

การตีไม่ไกลอาจเกิดจากเทคนิควงสวิง สภาพร่างกาย จุดปะทะ หรืออุปกรณ์ และในหลายกรณีอาจเกิดจากหลายอย่างร่วมกัน

เราไม่ได้หมายความว่าเพียงเปลี่ยนไม้แล้วทุกคนจะตีไกลขึ้นทันที แต่หากไม้เดิมหนักเกินไป แข็งเกินไป องศาไม่เหมาะ หรือควบคุมยาก การฝืนใช้ไม้เดิมอาจทำให้การเล่นยากกว่าที่จำเป็น

ก่อนตัดสินใจซื้อไม้ใหม่ ลองตอบคำถามเหล่านี้

  1. ไม้เดิมมีน้ำหนักและ Flex เท่าไร
  2. ขณะสวิงรู้สึกหนัก แข็ง หรือควบคุมยากหรือไม่
  3. ลูกส่วนใหญ่ออกสูงหรือต่ำ
  4. ตีไกลที่สุดเท่าไร และระยะปกติอยู่ที่เท่าไร
  5. ตำแหน่งที่ตีโดนหน้าไม้อยู่บริเวณใด
  6. ต้องการเพิ่มระยะ หรืออยากได้ความสม่ำเสมอมากขึ้น
  7. เมื่อตีหลายลูกติดต่อกัน ยังสวิงได้สบายหรือเริ่มเหนื่อย

คำตอบเหล่านี้มีประโยชน์มากกว่าการบอกเพียงว่า “ต้องการไม้ตีไกล”


สรุป: ไม้ที่ใช่ ช่วยให้คุณใช้แรงที่มีอยู่ได้เต็มที่ขึ้น

เมื่อรู้สึกว่าตีไม่ไกล อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าแรงน้อย หรือรีบพยายามตีให้แรงกว่าเดิม

ลองตรวจสอบก่อนว่าไม้ที่ใช้อยู่

  • หนักเกินไปหรือไม่
  • ก้านแข็งหรือมีลักษณะไม่เข้ากับจังหวะหรือไม่
  • Loft ช่วยให้ลูกขึ้นได้เหมาะสมหรือไม่
  • ความยาวและบาลานซ์ควบคุมได้หรือไม่
  • หัวไม้เหมาะกับระดับความสม่ำเสมอของเราหรือไม่

ไม้กอล์ฟที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่แพงที่สุด ใหม่ที่สุด หรือเป็นรุ่นเดียวกับที่นักกอล์ฟเก่งใช้

แต่ควรเป็นไม้ที่ทำให้คุณสวิงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตีโดนได้บ่อย และสนุกกับการเล่นมากขึ้น


ให้ ณ. กอล์ฟ ช่วยดูไม้ที่เหมาะกับคุณ

ไม่แน่ใจว่าไม้เดิมหนักเกินไป ก้านแข็งเกินไป หรือควรใช้ไดรเวอร์กี่องศา สามารถส่งข้อมูลเบื้องต้นมาให้เราช่วยพิจารณาได้ เช่น

  • รุ่นและสเปกไม้ที่ใช้อยู่
  • ระยะที่ตีได้ตามปกติ
  • ลักษณะลูกที่พบ เช่น ออกต่ำ ลอยสูง เลี้ยวซ้ายหรือขวา
  • ปัญหาที่อยากแก้
  • งบประมาณโดยประมาณ
  • รูปก้านหรือวิดีโอวงสวิง

หรือสามารถนัดหมายเข้ามาทดลองไม้ที่ร้าน เพื่อเปรียบเทียบความรู้สึกและผลการตีจริงก่อนตัดสินใจ

มาหาไม้กอล์ฟที่ใช่ ในแบบของคุณได้ที่เรา ณ. กอล์ฟ

LINE: @nagolf
เว็บไซต์: nagolf.shop

บทความที่น่าสนใจ